วิธีต่อพ.ร.บ. และ ต่อภาษีรถยนต์ รถจักรยานยนต์

รวมวิธีต่อ พ.ร.บ. ต่อภาษี รถยนต์และรถจักรยานยนต์

8 ธันวาคม 2564

การต่อภาษีรถ หรือ ประกันภัยรถภาคบังคับ ตามกฎหมาย รถทุกคันไม่ว่าจะรถยนต์ หรือ รถมอเตอร์ไซค์ จำเป็นต้องมี ไม่เช่นนั้นถือว่ามีความผิด ทางกฎหมาย จุดประสงค์เพื่อให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารได้รับความคุ้มครองหากได้รับความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย หรือ อนามัยในกรณีที่เกิด อุบัติเหตุจากรถได้ทันท่วงที เมื่อมีการต่อ พ.ร.บ. เรียบร้อยแล้วจึงนำไปยื่นต่อภาษีรถในขั้นตอนต่อไป

เอกสารสำคัญในการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ และ รถจักรยานยนต์ ประกอบด้วย

  1. เอกสารคู่มือจดทะเบียนรถ หรือสำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ ที่ระบุรายละเอียดรถ ทะเบียนรถ ผู้ครอบครอง และประเภทรถ
  2. สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถ ซึ่งเป็นผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถ

การต่อภาษีรถ หรือจะเรียกว่าการต่อทะเบียนรถ เป็นการยืนยันว่ารถคันดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่รถเถื่อน หรือรถไม่มีทะเบียน ซึ่งจะต้องทำการต่อไปในทุกปีเช่นกัน สามารถต่อทะเบียนรถล่วงหน้าก่อนจะหมดอายุได้ไม่เกิน 3 เดือน หากต่อภาษีช้าก็จะถูกคิดอัตราปรับ แต่หากไม่มีการต่อภาษีเกิน 3 ปี จะถูกระงับทะเบียน ถ้าจะใช้รถต้องขึ้นทะเบียนใหม่เท่านั้น

เอกสารสำคัญในการต่อภาษีรถยนต์และรถจักรยานยนต์

  1. เล่มทะเบียน หรือสำเนาเล่มทะเบียน
  2. สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถ ซึ่งเป็นผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถใบตรวจสภาพรถ โดยกรมการขนส่งได้กำหนดเงื่อนไขดังนี้รถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี และ รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี จะต้องนำรถไปสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ต.ร.อ) เพื่อตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษี
  3. พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

ต่อภาษีรถยนต์ และ รถจักยานยนต์ที่ไหนได้บ้าง

นอกจากต่อภาษีรถได้ที่กรมการขนส่งทางบกแล้ว ยังสามารถต่อภาษีในสถานที่เอกชนได้อีกหลายแห่ง เมื่อเตรียมเอกสารพร้อมแล้ว ก็เลือกต่อภาษีในช่องทางที่สะดวกได้ดังต่อไปนี้

  1. สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 - 5 ซึ่งมีบริการแบบ Drive Thru for Tax หรือ เลื่อนล้อต่อภาษี โดยต้องเตรียมเอกสาร ได้แก่ เล่มทะเบียน พ.ร.บ. และใบผ่านการตรวจรถ หากรถยนต์มีอายุการใช้งาน 7 ปี และรถจักรยานยนต์ใช้งานเกิน 5 ปี ต้องมีใบผ่านการตรวจรถด้วย ที่สำคัญต้องเตรียมจำนวนเงินให้พอดี เพื่อยื่นเอกสารพร้อมชำระเงินได้ทันที สะดวกสบาย ไม่ต้องลงจากรถ
  2. สำหรับในต่างจังหวัด ติดต่อที่กรมการขนส่งทางบกของจังหวัด
  3. ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ ห้างสรรพสินค้า ที่เข้าร่วมโครงการ Shop Thru for Tax ตามวัน และเวลา ได้ดังนี้
    1. ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี 14 สาขา ในวันเสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. ได้แก่สาขาลาดพร้าว รามอินทรา รัชดาภิเษก บางปะกอก สำโรง บางนา อ่อนนุช เพชรเกษม สุขาภิบาล3 บางบอน สุวินทวงศ์ แจ้งวัฒนะ บางใหญ่ สมุทรปราการ และบิ๊กซีสาขาในต่างจังหวัด
    2. เซ็นทรัล 4 สาขา ในวันเสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.30 น. เซ็นทรัลเวสต์เกต เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ เซ็นทรัลศาลายา เซ็นทรัลเวิลด์
    3. ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ใน วันเสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.00 น.
    4. ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ใน วันเสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.00 น.
    5. ต่างจังหวัด ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี และห้างสรรพค้าอื่นที่ร่วมโครงการ สอบถามจุดให้บริการที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนั้น ๆ
  4. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
  5. เคาน์เตอร์เซอร์วิส

กรมการขนส่งทางบก ได้เพิ่มช่องทางในการชำระภาษีรถ 7 ช่องทาง โดยเผยแพร่ ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการชำระภาษีประจำปี สำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2564 ไว้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2564 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการชำระภาษีรถยนต์ สำหรับ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.3) ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก และรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (รย.12) ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก

สรุประเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการชำระภาษีรถประจำปี ดังนี้

  1. ชำระภาษีรถประจำปีผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ในเว็บไซต์์ https://eservice.dlt.go.th
  2. ชำระภาษีประจำปีผ่านเทสโก้โลตัส
  3. ชำระภาษีประจำปีสำหรับรถผ่านหน่วยบริการของ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส
  4. ชำระภาษีประจำปีสำหรับรถผ่านหน่วยบริการของ บริษัท ทรู มันนี่
  5. ชำระภาษีประจำปีผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่
  6. ชำระภาษีรถประจำปีตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ผ่านตู้รับชำระภาษีรถประจำปีอัตโนมัติ (Kiosk) และแอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax

การต่อภาษีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทางออนไลน์ผ่านระบบ e-service

ต่อภาษีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ผ่านระบบ e-service 2565

ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกเปิดให้บริการยื่นชําระภาษีรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ทางออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สถิติประจำเดือนพฤษภาคม 2564 มีจำนวนผู้ใช้บริการ ผ่านทางเว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th สูงถึง 50,753 คัน ซึ่งถือว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับช่องทางอื่น ๆ

การต่อภาษีรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ในระบบ e-service มีเงื่อนไขคือ รถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งาน เกิน 5 ปี จะต้องนำรถไปสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ต.ร.อ) เพื่อตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษีทางออนไลน์

วิธีลงทะเบียนยื่นต่อภาษีทางออนไลน์

วิธีต่อภาษีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ออนไลน์
  • เข้าเว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th
  • ลงทะเบียนสมาชิกใหม่ กรอกข้อมูล และ Log-in เข้าสู่ระบบอีกครั้ง
  • ไปที่ส่วนของ “บริการ” และ คลิกเมนู “ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีผ่านอินเทอร์เน็ต”
  • กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับรถ รายละเอียดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. เพื่อลงทะเบียนรถ แล้วยื่นชำระภาษี และเลือกวิธีการชำระเงิน

ในระบบ e-service เปิดให้ชำระเงินออนไลน์ โดยใช้วิธีการหักบัญชีธนาคาร ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือ ชำระผ่านบัตรเครดิตและเดบิตได้ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบสถานะการยื่นชำระภาษี สถานะการจัดส่งเอกสาร ผ่านระบบ e-service การรับเอกสารใบเสร็จรับเงิน เครื่องหมายแสดงการเสียภาษี และ พ.ร.บ. และรอรับเอกสารทางไปรษณีย์ประมาณ 5 วันทำการ ถือว่าเป็นช่องทางที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการอย่างมาก ไม่ต้องเดินทาง หรือไปต่อคิวที่กรมการขนส่ง ดูคู่มือและการใช้งาน e-service การต่อ พ.ร.บ. และการต่อภาษี รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ไม่ใช่เรื่องยาก และเป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องใส่ใจ ไม่ให้หมดอายุ เพราะหากไม่ได้ต่อภาษี อาจทำให้ทะเบียนรถถูกระงับ และมีค่าปรับ หรือ หากรถไม่มี พ.ร.บ. ก็จะถือว่าผิดกฎหมาย และมีค่าปรับด้วยเช่นกัน