เคลมประกันรถยนต์ มีผลต่อเบี้ยประกันรถยนต์ในปีต่ออายุ

เคลมประกันรถบ่อย ๆ มีผลต่อเบี้ยประกันรถยนต์ในปีต่ออายุมากน้อยแค่ไหน

22 ตุลาคม 2564

เบี้ยประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ หรือประกันรถชั้น 1 ชั้น 2+ 3+ ไม่ได้มีอัตราคงที่ตลอดทุกปีเหมือนกับประกันภาคบังคับ กรณีมีการเฉี่ยวชน หรือมีอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องเคลมประกันบ่อยครั้ง ก็อาจต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นในปีถัดไป หรือ หากมีประวัติการเคลมมากผิดปกติ ทางบริษัทประกันอาจจะไม่พิจารณาต่อประกันเลยก็เป็นได้ ดังนั้นประวัติการเคลมจึงมีผลในการต่อประกันรถยนต์ในปีถัดไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เคลมแบบไหนถึงจะมีผลต่อเบี้ยประกันรถยนต์

การขับรถประมาทเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง นอกจากจะสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังส่งผลต่อเบี้ยประกันในปีต่อกรมธรรม์อีกด้วย เมื่อพูดถึงการเคลมที่มีผลต่อเบี้ยประกัน หรือ ส่วนลดประวัติดีในปีต่ออายุ จากหลักเกณฑ์ของ คปภ. ได้กำหนดไว้คือ มีการเคลมมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป หรือ มีค่าเสียหายรวมกันเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัยในกรณีที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด

เคลมประกันบ่อย ๆ มีผลต่อเบี้ยประกันรถยนต์ในปีต่ออายุอย่างไรบ้าง

กรณีผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด และมีการเคลมประกัน เกิน 2 ครั้ง หรือมีความเสียหายมากกว่า 200% ของเบี้ยเอาประกันภัย แน่นอนว่า ในการต่อประกันรถยนต์ในปีถัดไป ส่วนลดเบี้ยประกันภัยจะน้อยลงอย่างแน่นอน หรือ มีการเพิ่มเบี้ยประกันประวัติไม่ดีในปีต่อไปอีกด้วย บางกรณีหากมีการเคลมหลายครั้ง บริษัทประกันอาจจะไม่รับพิจารณารับประกันภัยต่อ

ขับรถดี เคลมน้อย ช่วยประหยัดเบี้ยประกันรถได้เท่าไหร่

เคลมน้อย ขับขี่ดี ได้ส่วนลดประวัติดีในปีต่อประกันรถยนต์

ในทางกลับกันถ้าขับขี่อย่างระมัดระวัง ไม่ค่อยมีประวัติการเคลมบ่อยจนเกินเหตุ ในปีต่อประกันรถยนต์ ก็จะได้รับส่วนลดประวัติดี หรือ ส่วนลดเบี้ยประกันรถยนต์ ดังนี้

  • ส่วนลด 20% ของเบี้ยประกันเต็มจำนวน ในปีที่ 2
  • ส่วนลด 30% ของเบี้ยประกันเต็มจำนวน ในปีที่ 3
  • ส่วนลด 40% ของเบี้ยประกันเต็มจำนวน ในปีที่ 4
  • ส่วนลด 50% ของเบี้ยประกันเต็มจำนวน ในปีที่ 5

แต่หากผู้เอาประกันขับขี่ประมาท มีประวัติการเคลมเกิน 2 ครั้ง หรือ มีค่าเสียหายรวมเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย ก็จะถูกเพิ่มเบี้ยประกันภัยประวัติไม่ดีในปีต่ออายุ ตามลำดับขั้น ได้แก่

  • ขั้นที่ 1 เพิ่มเบี้ยประกันรถ 20% ของเบี้ยประกันภัยในการต่ออายุปีที่ 2
  • ขั้นที่ 2 เพิ่มเบี้ยประกันรถ 30% ของเบี้ยประกันภัยในการต่ออายุปีที่ 3
  • ขั้นที่ 3 เพิ่มเบี้ยประกันรถ 40% ของเบี้ยประกันภัยในการต่ออายุปีที่ 4
  • ขั้นที่ 4 เพิ่มเบี้ยประกันรถ 50% ของเบี้ยประกันภัยในการต่ออายุปีที่ 5

สรุป

การมีส่วนลดประวัติดี หรือ การเพิ่มเบี้ยประกันขับขี่ไม่ดีนั้น เป็นเหมือนแรงจูงใจ หรือ บทลงโทษ ให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น ลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน และ ยังมีผลต่อเบี้ยประกันอีกด้วย หากขับขี่ไม่ประมาท มีสติ เคารพกฎจราจร สร้างประวัติการขับขี่ที่ดี ก็จะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันรถยนต์ได้มากถึง 20% - 50% ในปีต่อ ๆ ไปได้เลยทีเดียว

หมายเหตุ: กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ คลิก